จ่อคลายล็อก เวียนเทียน แห่เทียน เข้าพรรษานี้ แต่มีเงื่อนไข

เรื่องเด่น

“การเวียนเทียน แห่เทียน” ในวันเข้าพรรษานั้นถือเป็นสิ่งที่ปฏิบัติต่อเนื่องกันมาอย่างนาน แต่ในยุคที่ต้องเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 นี้เช่นนี้ การจะปฏิบัติศาสนกิจใดๆ นั้นย่อมต้องเป็นไปตามเงื่อนไข

ล่าสุด นายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) พิจารณากำหนดวันหยุดชดเชยวันสงกรานต์ ว่า จะเป็นการนำเสนอเพื่อวิเคราะห์ในเชิงสถานการณ์ในการผ่อนปรนระยะที่ 4 จากที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีมีความเป็นห่วงเรื่องการเปิดภาคเรียนในวันที่ 1 ก.ค.นี้

ส่วนเรื่องวันหยุดชดเชยนั้น คณะกรรมการกลั่นกรองยังไม่ได้เสนอประเด็นเพื่อพิจารณา มีแต่ในส่วนของกรมการศาสนาและกรมศาสนพิธี กระทรวงวัฒนธรรมได้เสนอเรื่องหารือถึงการเปิดให้ประชาชนและพุทธศาสนิกชน สามารถปฏิบัติศาสนกิจเวียนเทียนและทำบุญในวันเข้าพรรษาได้ตามปกติ

แต่ยังต้องยืนยันปฏิบัติตามมาตรการทางสาธารณสุข ขณะที่วันหยุดในช่วงต้นเดือน ก.ค.นี้ยังไปวันที่ 4, 5 และ 6 ก.ค. เหมือนเดิม ยังไม่มีการเสนอต่อ ศบค.ว่าจะให้มีการหยุดชดเชยเพิ่มเติมในช่วงต้นเดือน ก.ค.แต่อย่างใด ตอนนี้สิ่งที่นายกรัฐมนตรีย้ำและเป็นห่วงคือเรื่องการเปิดภาคเรียนในวันที่ 1 ก.ค.นี้

ส่วนการผ่อนคลายกิจกรรมและกิจการทางด้านเศรษฐกิจ อาทิ การเปิดสถานบันเทิง ผับ บาร์ และกิจกรรมที่มีความเสี่ยง จะถูกนำมาประเมินในทุกครั้งที่มีการประชุมศบค. เพื่อให้สอดคล้องกับการประเมินด้านสาธารณสุข ส่วนกระทรวงวัฒนธรรม เตรียมเสนอหารือ ศบค.

เรื่องการจัดแสดงมหรสพที่มีคนเกิน 500 คนขึ้นไป เพราะกรณีการเว้นระยะห่าง 4 ตารางเมตรต่อ 1 คนนั้นจะมีอุปสรรคต่อการแสดงคอนเสิร์ตดนตรี และนาฏศิลป์ รวมถึงกิจกรรมวัฒนธรรมประเพณี เรื่องแห่เทียนเข้าพรรษา ซึ่งขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขไม่ได้มีข้อห้ามเฉพาะ แต่กิจกรรมที่มีการรวมพลมากๆ ทั้งการเวียนเทียนและการแห่เทียน

ซึ่งเป็นประเพณีหลักของหลายจังหวัดโดยเฉพาะอย่างยิ่งจ.อุบลราชธานี แล้วจะมีนักท่องเที่ยวหลักหมื่นคน จึงต้องมีหลักเกณฑ์สำหรับผู้เข้าร่วมงาน โดยยึดหลักการสวมหน้ากากอนามัย แต่ไม่ได้มีข้อห้ามเรื่องการจำกัดจำนวนคน หรือการกำหนดโซน และได้มอบหมายให้แต่ละจังหวัดที่เป็นเจ้าภาพพิจารณา ส่วนกระทรวงวัฒนธรรมได้มอบหมายให้สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดไปร่วมดูแลกิจกรรมประเพณีดังกล่าว

“ส่วนกิจกรรมทางสังคม นายกรัฐมนตรีให้ความเป็นห่วงเรื่องการประเมินหลังการผ่อนคลายไปแล้ว ดังนั้น ที่ผ่านมา 4 เฟส เรามีการผ่อนคลายหลังการปฏิบัติได้ดี ยังไม่มีอุปสรรคในการผ่อนปรนแต่ละเฟสแล้วต้องกลับมาเข้มงวดใหม่ เราเดินหน้า ไม่ได้ถอยหลัง ขอฝากประชาชนช่วยกันใช้วิถีชีวิตใหม่และวัฒนธรรมใหม่ คือการสวมหน้ากากอนามัย ใช้ช้อนของตัวเอง มีสุขอนามัย หลีกเลี่ยงการใกล้ชิด และเว้นระยะห่างทางสังคมกันต่อไปเรื่อยๆ” รมว.วัฒนธรรม กล่าว

การที่ ศบค.กำลังจะมีการประชุมนั้น มีวาระพิจารณาการผ่อนปรน ระยะที่ 5 พร้อมกับประเมินผลการผ่อนคลายระยะที่ 4 ที่ผ่านมา ซึ่งตนเชื่อว่าจะเป็นทิศทางที่ดีต่อภาคเศรษฐกิจ แต่ยังต้องย้ำเรื่องมาตรฐานทางด้านสาธารณสุขตลอดเวลา ส่วนกรณีของสถานบันเทิง ผับ และบาร์ จะมีข้อปฏิบัติในการขอความร่วมมือเพื่อไม่ให้มีกิจกรรมที่เกิดความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรค ทั้งการเต้นรำและการตะโกนร้องเพลง

อย่างไรก็ตามก็คงต้องมติที่ประชุมของ ศบค. อีกครั้งเพราะการผ่อนปรนระยะที่ 5 จะต้องสืบเนื่องมากจากผลการประเมินผลการผ่อนคลายระยะที่ 4 ที่ผ่านมาก่อนว่าได้ผลเป็นอย่างไรบ้าง